ค้นหา
ภาษาไทย
สินค้าตามประเภท
    เมนู ปิด
    RSS

    บทความ

    ความคิดเห็น (0) การเตรียมพื้นผิววัสดุสําหรับติดเทป VHB
    3M VHB Tape เป็นเทปกาวสองหน้าที่ผลิตโดยบริษัท 3M ซึ่ง VHB ย่อมาจาก " Very High Bond” เป็นกาวสองหน้าอะคริลิคโฟม เทปกาว 2 หน้า มีคุณสมบัติซีลกันน้ำ , กันอากาศเข้าได้ สามารถใช้แทนการยึดติดด้วยน็อต-สกูรหรืองานเชื่อม ใช้งานไม่ต้องรอแห้ง รับน้ำหนักได้ทันที ทำให้ประหยัดเวลาในการทำงาน ใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร ทนต่อแดด ฝน แสงแดด สามารถยึดติดวัสดุได้หลากหลาย เช่น โลหะ กระจก พลาสติก ไม้ กระเบื้อง คอนกรีต
    ความคิดเห็น (0) 5 วิธีแกะกาวสองหน้าออกจากผนังปูน
    วิธีลอกเทปกาวออกจากผนัง พร้อมทั้งวิธีเช็ดคราบกาว ให้ผนังกลับมาสะอาด ไม่เหลือเทปกาวสองหน้าหรือคราบกาวเกาะติดผนังกวนใจ ไม่ว่าจะเป็นเทปกาวสองหน้าหรือเทปกาวที่นำมาติดผนัง มักจะทิ้งร่องรอยหรือคราบกาวไว้ให้ดูต่างหน้าตอนลอกออกใช่ไหมล่ะคะ วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขออาสารวบรวมวิธีลอกเทปกาวออกจากผนังมาฝากกัน รับรองว่าไม่เหลือร่องรอยคราบกาวกวนใจ สีทาผนังก็ยังสวยเหมือนเดิม แถมยังทำให้ผนังกลับมาสะอาดอีกครั้ง ด้วยวิธีง่าย ๆ และของใช้ 5 อย่างต่อไปนี้
    ความคิดเห็น (533) 5 วิธีลอกเทปกาว 2 หน้า
    เทปกาวสองหน้าเป็นเหมือนอุปกรณ์อเนกประสงค์ที่ควรมีติดบ้านไว้ แต่เพราะติดแน่นทนนาน เวลาแกะออกเลยยากพอตัว วิธีแกะเทปกาวสองหน้านั้นขึ้นอยู่กับพื้นผิวที่คุณแปะลงไป อาจจะต้องลองผิดลองถูกนิดหน่อยก่อนจะแกะสำเร็จ บทความวิกิฮาวนี้จะแนะนำวิธีแกะเทปกาวสองหน้าให้คุณเอง
    ความคิดเห็น (0) เทปกาว 3M โซลูชันที่หลากหลายและเหมาะสมกับความต้องการของคุณ
    ช่วงของเทปกาวสองหน้า 3M และเทปกาวสองหน้าจะช่วยให้คุณได้โซลูชันการยึดติดที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณ เทปเหล่านี้ยึดติดกับวัสดุหลายประเภทรวมทั้ง พลาสติก โลหะ โฟม กระดาษ และกราฟิกที่พิมพ์ออกมา ทำให้มีความบางและเรียบเนียน
    ความคิดเห็น (0) เทปกาว Soken สามารถใช้แทนเทปกาวแบรนด์อื่นๆได้ โดยเทียบกับตารางดังนี้
    เทปกาว Soken สามารถใช้แทนเทปกาวแบรนด์อื่นๆได้ โดยเทียบกับตารางดังนี้
    ความคิดเห็น (0) เทปกันรอย ฟิล์มกันรอย ป้องกันทุกการขีดข่วน
    เทปกันรอย ตัวเทปมีสีใสขุ่น ใช้ในงานติดแนบเพลท งานอลูมิเนียม โลหะพลาสติกผิวมันเงา ประตูหน้าต่าง สแตนเลส เครื่องเรือน สุขภัณฑ์ และอุปกรณ์อีเล็คทรอนิคทุกชนิด ไม่ทิ้งคราบกาวบนวัสดุเมื่อลอกออก ซึ่งผลิตจาก PE Film และ Soft PVC มีความยืดหยุ่นสูง มีหลายสีให้เลือกใช้งาน สีใส , สีน้ำเงิน, สีดำขาว ให้เหมาะกับลักษณะงาน
    ความคิดเห็น (0) 3 วัสดุกันลื่น ติดตั้งเองได้ภายในบ้าน

    หนึ่งในอุบัติเหตุท็อปฮิตที่เกิดขึ้นในบ้านนั่นก็คือ พื้นลื่น ไม่ว่าจะเกิดจากตัวพื้นผิวของวัสดุกรุพื้นเองที่ลื่น หรือเพราะน้ำหกจนเกิดการลื่นล้ม ทางที่ดีก็ควรป้องกันไว้ก่อนดีกว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นแล้วมาตามแก้ทีหลัง โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็กและผู้สูงอายุ และต่อไปนี้คือการป้องกันพื้นผิวจากการลื่นด้วยเทคนิควิธีการติดตั้ง วัสดุกันลื่น ที่ทำได้เองง่ายๆ ภายในบ้าน

    ต้นเหตุของการลื่นภายในบ้าน

    หากเหตุของการลื่นเกิดจากของเหลวหกบนพื้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำเปล่า หรือคราบน้ำมันจากการประกอบอาหาร ควรคำนึงไว้เสมอว่า จำเป็นต้องทำความสะอาดพื้นที่ครัว ห้องน้ำ และพื้นที่เปียกให้เรียบร้อยทุกครั้งหลังใช้งาน ก็ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงไปได้อีกหนึ่ง

    ส่วนพื้นที่ลาดชันอย่างบันได หรือต้องเปียกชื้นอยู่เสมออย่างห้องน้ำ ก็ควรติดตั้งราวกันตกที่สามารถจับฉวยได้ง่ายเมื่อเกิดอุบัติเหตุ โดยราวกันตกตามมาตรฐานควรมีเส้นผ่านศูนย์กลางอยู่ที่ 5 เซนติเมตร ซึ่งจับกระชับพอดีมือ ช่วยป้องกันการลื่นได้อีกระดับ

    อีกสาเหตุสำคัญของการลื่นล้มเกิดจากพื้นผิวของวัสดุกรุพื้นเองที่ลื่น เช่น พื้นกระเบื้องผิวมัน พื้นไม้ขัดมัน ก็ควรทำการแก้ลื่นกันที่พื้นผิวด้วยวัสดุอุปกรณ์ที่หาได้ในร้านอุปกรณ์ก่อสร้าง

    1.น้ำยากันพื้นลื่น

    แก้ปัญหาการพื้นผิวทั้งหมดภายในห้องมีความลื่น โดยเฉพาะห้องที่ต้องเปียกชื้นตลอดเวลาอย่างห้องน้ำ การใช้น้ำยากันพื้นลื่นเป็นทางแก้ที่ดี เพราะป้องกันได้ทีเดียวครอบคลุมทั่วทั้งบริเวณ

    • ข้อควรรู้ก่อนว่า น้ำยากันลื่นอาจทำให้ความแวววาวของพื้นลดลง และสีของพื้นผิวจางลงไปบ้าง หากลงน้ำยากันลื่นบนกระเบื้องเป็นสีดำหรือสีเข้ม ก็อาจจะทำให้สีซีดลงกว่าเดิมเล็กน้อย ดังนั้นแล้วจึงควรทดลองใช้น้ำยากับพื้นผิวขนาดเล็กก่อน เพื่อดูทั้งสีของน้ำยาที่ทำให้กระเบื้องซีดลง และหาระยะเวลาเซ็ตตัวของน้ำยาเกิดประสิทธิภาพ
    • ผลของการทดลองลงน้ำยา ทั้งกับสีพื้นและประสิทธิภาพกันลื่นเป็นไปตามความพึงพอใจแล้ว ก็ถึงเวลาต้องลงน้ำยากันลื่นกับพื้นทั้งหมด ซึ่งวิธีการใช้งานอยู่บนฉลากน้ำยาอยู่แล้ว ข้อควรระวังคือ เพราะน้ำยาเป็นสารเคมี จึงต้องสวมถุงมือและแว่นตาป้องกันการสัมผัสโดยตรงตลอดการใช้งาน

    2. เทปกันลื่น

    หลักการของเทปกันลื่นนั่นคือการเพิ่มพื้นผิวฝืดขึ้นให้กับพื้นผิวเฉพาะส่วนที่เสี่ยงกับการลื่นและการเกิดอุบัติเหตุ เช่น จมูกบันได พื้นในห้องอาบน้ำ หรือพื้นหน้าอ่างล้างจาน

    • ข้อดีของเทปกันลื่นคือ ติดตั้งง่าย ใช้งานง่าย ส่วนข้อเสียก็คือสีของเทปกาวที่โดดออกมาจากพื้นเดิม แม้เทปกันลื่นจะมีหลายสีสันให้เลือกใช้และระดับความหยาบของผิวให้เลือกตามความต้องการ แต่เพราะพื้นผิวที่มีความหยาบสูงและเป็นการเบิ้ลผิวใหม่บนพื้นเดิม จึงช่วยป้องกันการลื่นได้ดี
    • ข้อสำคัญของการติดเทปกันลื่นคือ พื้นผิวก่อนติดจะต้องสะอาดและแห้งสนิท เพื่อให้เทปกาวติดสนิทได้ดี และควรเว้นระยะระหว่างเส้นให้ห่างกัน

    3. แผ่นเทปกันลื่น

    พัฒนาการจากเทปกันลื่น กลายมาเป็นแผ่นกันลื่นขนาดใหญ่ขึ้น นอกจากฟังก์ชั่นการใช้งานสำหรับกันลื่นแล้ว พื้นผิวของแผ่นเทปกันลื่นแบบใสก็ช่วยรักษาภาพรวมของดีไซน์เดิมของบ้านได้ แผ่นเทปกันลื่นแบบนี้เหมาะกับพื้นที่ที่เปียกบ่อยๆ อย่างห้องน้ำ ห้องครัว หรือพื้นที่ที่ต้องใช้งานทำให้เปียกชื้นตลอดเวลา

    • ข้อควรรู้ของการติดตั้งแผ่นเทปกันลื่นคือ หลีกเลี่ยงการติดแผ่นเทปกันลื่นบนพื้นผิวที่มีรอยแตกหรือรอยแยก และต้องใช้ความร้อนจากไดร์ช่วยเตรียมพื้นผิวในการติดตั้งเพื่อให้กาวยึดติดกับพื้นผิวได้ดีขึ้น
    ความคิดเห็น (0) เทปกาวปิดกล่อง หรือเทปโอพีพี มีวิธีเลือกอย่างไร?
    เทปกาวปิดกล่อง เทปโอพีพี คือ เทปที่ผลิตจากฟิล์ม Oriented Polypropylene นำมาเคลือบกาวชนิดต่างๆ ตามวัตถุประสงค์การใช้งาน คุณสมบัติของฟิล์มทำให้เทปรับแรงดึงได้ดี เหนียว ไม่ฉีกขาดง่ายด้วยมือ
    ความคิดเห็น (0) แรงยึดติดของเทปกาว
    การวัดค่าการยึดติด (แรงยึดติดของกาว) โดยการดึงส่วนที่ยึดติดด้วยกาวออกจากกัน
    ความคิดเห็น (0) 10 เครื่องมือการตลาด ช่วยทำอีคอมเมิร์ซ E-Commerce

    อินเทอร์เน็ตสร้างการเปลี่ยนแปลงสำคัญมากมายในโลก รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนเรา การซื้อของผู้คนเปลี่ยนไปจากการเข้ามาของอินเตอร์เน็ต และยังคงส่งผลมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน คนซื้อของออนไลน์กันมากขึ้น มีแบรนด์สินค้ามากมายที่ก้าวเข้าสู่ระบบการขายแบบออนไลน์ ทำให้ E-commerce เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหมายความว่าหากเราจะเริ่มทำ E-commerce ในตอนนี้ ต้องพร้อมสู่กับคู่แข่งทางมากมาย ดังนั้นจึงต้องศึกษาให้ดีเสียก่อน

    รู้ก่อนทำ E-Commerce

    • รู้การตลาด การตลาดเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ เพราะการตลาดไม่ใช่แค่การขายสินค้า แต่หมายรวมถึง กิจกรรมทั้งหมดของธุรกิจ เช่น การวิเคราะห์ตลาด การโฆษณา การตอบคำถามลูกค้า หรืออื่น ๆ ที่มีจุดประสงค์เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ ซึ่งหากเรามีความรู้ด้านการตลาด เราก็จะทำได้มากกว่าแค่ขายของออนไลน์ แต่เราจะรู้จักวางแผนและมีหลักการมากขึ้น ทำให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ตรงจุดมากกว่า
    • รู้ตัวเองและคู่แข่ง โดยใช้ SWOT หนึ่งในเทคนิคทางการตลาดช่วยในการวิเคราะห์เพื่อให้รู้ว่าเราจะดำเนินธุรกิจไปในทิศทางไหน แล้วคู่แข่งของเรากำลังก้าวไปในทิศทางใด ดังนี้
    • S-Strength (จุดแข็ง) เรามีจุดเด่นอะไรที่ควรพัฒนาเพื่อสู้กับคู่แข่ง และ คู่แข่งมีอะไรที่เป็นข้อได้เปรียบ
    • W-Weakness (จุดอ่อน) เรามีจุดอ่อนอะไรที่ต้องแก้ไข และ คู่แข่งมีจุดด้อยอะไรที่อาจเปิดโอกาสให้ธุรกิจของเรา
    • O-Opportunity (โอกาส) มีโอกาสอะไรบ้างตอนนี้ที่ช่วยส่งเสริมธุรกิจ และ คู่แข่งใช้โอกาสในการส่งเสริมธุรกิจอย่างไร
    • T-Threats (อุปสรรค) มีอุปสรรคอะไรบ้างที่ควรหลีกเลี่ยงและป้องกัน และ คู่แข่งจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร
    • รู้เทรนด์ หากต้องการประสบความสำเร็จเราต้องนำหน้า เพราะการตลาดเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เทคนิคใหม่ ๆ เกิดขึ้นทุกเดือนหรือทุกไตรมาส การติดตามเทรนด์การตลาดอยู่เสมอทำให้เรารู้ว่ากำลังมีการเปลี่ยนแปลงอะไรในตอนนี้และคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันต่อไป ช่วยธุรกิจปรับเปลี่ยนตัวเองได้ทัน
    • รู้โฆษณาออนไลน์ เทคนิคการทำโฆษณาออนไลน์เป็นสิ่งที่คนทำ E-commerce ต้องเรียนรู้ เน้นย้ำว่าจำเป็นต้องรู้ เพื่อช่วยเพิ่มความสำเร็จให้กับธุรกิจของตัวเอง โดยเฉพาะการโฆษณาในโซเชียลมีเดียที่มีโอกาสเข้าถึงคนได้เป็นจำนวนมากหากโฆษณาของเรามีความโดดเด่นและน่าสนใจ

    หลายคนอาจมองว่า E-commerce เป็นเรื่องยาก ในอดีตอาจใช่ เพราะไม่ได้มีตัวช่วยอะไรมากนัก ถ้าลุยเข้าไปโดยไม่รู้อะไรอาจไม่รอด แต่ในปัจจุบันมี Tools หรือ เครื่องมือที่ช่วยให้การทำธุรกิจ E-commerce ง่ายขึ้นกว่าเดิมมากมาย ดังนั้นในยุคนี้หากเราศึกษาให้ดีและใช้เครื่องมือเป็น การทำ E-commerce ให้ประสบความสำเร็จก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป

    Tools ที่จะช่วยให้ E-commerce ง่ายขึ้น

    • Free Tools (เครื่องมือฟรี)
    • Google Analytic เป็นเครื่องมือวิเคราะห์สถิติผู้ใช้งานในเว็บไซต์ ซึ่งให้ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับ ข้อมูลของคนที่เข้าชมเว็บไซต์, แหล่งที่มาของการเข้าถึงเว็บไซต์, พฤติกรรมการเข้าชมเว็บไซต์, ข้อมูลยอดขายของสินค้าแต่ละอย่าง ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้เราเข้าใจลูกค้าได้มากขึ้น และสามารถช่วยให้เรานำไปใช้ปรับกลยุทธ์การตลาดให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น
    • Google Trends เป็นเครื่องมือที่จะทำให้เรารู้เทรนด์ที่กำลังได้รับความสนใจใน Google พร้อมบอกข้อมูลเชิงลึกของเทรนด์นั้น ๆ เช่น ระดับความสนใจตามเวลาและสถานที่ คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง หัวข้อที่เกี่ยวข้อง และยังสามารถเปรียบเทียบกับเทรนด์อื่นได้ด้วย เป็นตัวช่วยให้เราสามารถเลือกใช้คีย์เวิร์ดที่ดีที่สุดในการสร้าง Real-Time Content และเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างยิ่งในการทำ SEO
    • Twitter Trends เราสามารถดูเทรนด์ทวิตเตอร์ได้ง่าย ๆ ผ่านช่องค้นหา สามารถเลือกได้ว่าจะดูเทรนด์จากที่ตั้งของเรา, เทรนด์ของประเทศ, หรือเทรนด์โลก ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ถือว่าเป็นเทรนด์ที่ไวที่สุดบนโลกออนไลน์ จึงเหมาะกับการทำคอนเทนต์และการตลาดแบบเรียลไทม์
    • Content Canvas ดัดแปลงมาจาก Business Model Canvas ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยกำหนดแนวทางในการสร้างคอนเทนต์ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เป็นตัวช่วยที่ดีในการช่วยวางกรอบก่อนทำคอนเทนต์และช่วยตรวจสอบคุณภาพหลังงานสำเร็จ เพราะเราสามารถเช็คลิสต์ได้เลยว่าคอนเทนต์ที่ได้ออกมานั้นตรงตามที่กำหนดไว้หรือไม่ โดย Content Canvas เป็นแบบฟอร์มหน้าเดียวที่แบ่งช่องให้เรากรอกข้อมูลต่าง ๆ ลงไป เช่น กลุ่มเป้าหมาย ประเด็นสำคัญ รูปแบบคอนเทนต์ บทสรุป จุดประสงค์ ช่องทางสื่อสาร เป็นต้น
    • ManyChat Free เป็นเครื่องมือ Chatbot ที่ช่วยสร้าง Facebook Messenger Bots สำหรับช่วยส่งเสริมการทำตลาดใน Facebook เพราะสามารถใช้ส่ง Broadcast, โต้ตอบอัตโนมัติ, และวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเพื่อใช้วางแผนการตลาดได้อย่างเหมาะสม แต่สำหรับเวอร์ชั่นฟรี จะมีข้อจำกัดในการใช้งานหลัก ๆ ได้แก่ การทยอยส่งข้อความ Broadcast ได้แค่ครั้งละ 2 ข้อความ, เลือกกลุ่มเป้าหมายได้เพียง 10 กลุ่ม, เลือกใช้ growth tools ได้แค่ 4 รายการ จึงเหมาะสำหรับมือใหม่หรือคนที่ต้องการทดลองก่อน

    Paid tools (เครื่องมือที่ต้องจ่ายเงิน)

    • Ahref เป็นชุดซอฟต์แวร์ SEO ครบวงจร มีคุณสมบัติเด่นในวิเคราะห์ backlink (ลิงค์ที่เชื่อมโยงจากเว็บไซต์กลับมาที่เว็บไซต์ของเรา), ค้นหาและวิเคราะห์คีย์เวิร์ด, วิเคราะห์คู่แข่ง, ติดตามอันดับเว็บไซต์, และการตรวจสอบเว็บไซต์ ซึ่งทั้งหมดมีประโยชน์อย่างยิ่งในการทำการตลาดแบบ SEO (Search Engine Optimization)
    • Hotjar เป็นบริการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้งานเว็บไซต์ มีทั้งเครื่องมือวิเคราะห์และเครื่องมือสอบถามฟีดแบ็ค ซึ่งเครื่องมือวิเคราะห์จะช่วยให้เราสามารถวัดและสังเกตพฤติกรรมของผู้ใช้งานเว็บไซต์ว่าทำอะไรบ้าง ในขณะที่เครื่องมือช่วยทำแบบสอบถามฟีดแบ็คจะช่วยให้เราได้ยินสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องการ เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของเว็บไซต์
    • SEMRUSH เป็นเครื่องมือช่วยวิเคราะห์คู่แข่ง ทั้งวิเคราะห์งบประมาณโฆษณาและ Keyword ของคู่แข่ง ค้นหาคู่แข่งในโฆษณาของ Google เพื่อช่วยในการเตรียมตั้งรับและปรับกลยุทธ์การโฆษณา นอกจากนั้นยังช่วยเรื่อง SEO ด้วยเครื่องมือวิเคราะห์และค้นหา Keyword อีกทั้งยังมีบริการแปลแคมเปญโฆษณาเป็นภาษาท้องถิ่นอีกด้วย
    • Mailchimp ซอฟต์แวร์ที่ช่วยสร้าง ส่ง และจัดการจดหมายข่าว โดยให้เราส่งอีเมล์ไปยังลูกค้าในเวลาเดียวกันได้ในจำนวนไม่จำกัด มีความโดดเด่นในเรื่องการใช้งานที่ง่ายและรวดเร็ว อีกทั้งยังสามารถออกแบบ Template อีเมล์ให้สวยงาม และยังช่วยสร้างโฆษณาบน Google, Facebook และ Instagram ได้อีกด้วย
    • ManyChat Pro เป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้าง Facebook Messenger Bots เช่นเดียวกับ ManyChat Free แต่มีฟังก์ชั่นการใช้งานมากกว่าและปลดล็อคข้อจำกัดในเวอร์ชันฟรี ได้แก่ การส่งข้อความ Broadcast, การเลือกกลุ่มเป้าหมาย, และการใช้ growth tools ที่เป็นแบบ Unlimited ทั้งหมด สำหรับการอัพเกรดการใช้งาน ManyChat มีระบบอัพเกรดอัตโนมัติสำหรับบัญชีที่มีผู้ติดตาม 500 คนขึ้นไป สำหรับผู้ใช้งานฟรีที่ยังมีผู้ติดตามไม่ถึง 500 หากต้องการใช้งาน ManyChat Pro ก็สามารถกดอัพเกรดและจ่ายเงินได้เลย

    การเริ่มต้นธุรกิจ E-commerce นั้นหากสามารถทำสำเร็จธุรกิจของคุณก็จะยืนหยัดได้อย่างยั่งยืน เพราะอย่างที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ว่า ผู้คนสั่งซื้อสินค้าออนไลน์กันมากขึ้น นั่นหมายความว่า E-commerce จะยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในเวลานี้หากจะเริ่มต้นก็ยังไม่สาย

    ขอขอบคุณบทความดีๆจาก www.priceza.com