ค้นหา
สินค้าตามประเภท
    เมนู ปิด
    กลับไปทั้งหมด

    10 เครื่องมือการตลาด ช่วยทำอีคอมเมิร์ซ E-Commerce

    อินเทอร์เน็ตสร้างการเปลี่ยนแปลงสำคัญมากมายในโลก รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนเรา การซื้อของผู้คนเปลี่ยนไปจากการเข้ามาของอินเตอร์เน็ต และยังคงส่งผลมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน คนซื้อของออนไลน์กันมากขึ้น มีแบรนด์สินค้ามากมายที่ก้าวเข้าสู่ระบบการขายแบบออนไลน์ ทำให้ E-commerce เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหมายความว่าหากเราจะเริ่มทำ E-commerce ในตอนนี้ ต้องพร้อมสู่กับคู่แข่งทางมากมาย ดังนั้นจึงต้องศึกษาให้ดีเสียก่อน

    รู้ก่อนทำ E-Commerce

    • รู้การตลาด การตลาดเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ เพราะการตลาดไม่ใช่แค่การขายสินค้า แต่หมายรวมถึง กิจกรรมทั้งหมดของธุรกิจ เช่น การวิเคราะห์ตลาด การโฆษณา การตอบคำถามลูกค้า หรืออื่น ๆ ที่มีจุดประสงค์เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ ซึ่งหากเรามีความรู้ด้านการตลาด เราก็จะทำได้มากกว่าแค่ขายของออนไลน์ แต่เราจะรู้จักวางแผนและมีหลักการมากขึ้น ทำให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ตรงจุดมากกว่า
    • รู้ตัวเองและคู่แข่ง โดยใช้ SWOT หนึ่งในเทคนิคทางการตลาดช่วยในการวิเคราะห์เพื่อให้รู้ว่าเราจะดำเนินธุรกิจไปในทิศทางไหน แล้วคู่แข่งของเรากำลังก้าวไปในทิศทางใด ดังนี้
    • S-Strength (จุดแข็ง) เรามีจุดเด่นอะไรที่ควรพัฒนาเพื่อสู้กับคู่แข่ง และ คู่แข่งมีอะไรที่เป็นข้อได้เปรียบ
    • W-Weakness (จุดอ่อน) เรามีจุดอ่อนอะไรที่ต้องแก้ไข และ คู่แข่งมีจุดด้อยอะไรที่อาจเปิดโอกาสให้ธุรกิจของเรา
    • O-Opportunity (โอกาส) มีโอกาสอะไรบ้างตอนนี้ที่ช่วยส่งเสริมธุรกิจ และ คู่แข่งใช้โอกาสในการส่งเสริมธุรกิจอย่างไร
    • T-Threats (อุปสรรค) มีอุปสรรคอะไรบ้างที่ควรหลีกเลี่ยงและป้องกัน และ คู่แข่งจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร
    • รู้เทรนด์ หากต้องการประสบความสำเร็จเราต้องนำหน้า เพราะการตลาดเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เทคนิคใหม่ ๆ เกิดขึ้นทุกเดือนหรือทุกไตรมาส การติดตามเทรนด์การตลาดอยู่เสมอทำให้เรารู้ว่ากำลังมีการเปลี่ยนแปลงอะไรในตอนนี้และคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันต่อไป ช่วยธุรกิจปรับเปลี่ยนตัวเองได้ทัน
    • รู้โฆษณาออนไลน์ เทคนิคการทำโฆษณาออนไลน์เป็นสิ่งที่คนทำ E-commerce ต้องเรียนรู้ เน้นย้ำว่าจำเป็นต้องรู้ เพื่อช่วยเพิ่มความสำเร็จให้กับธุรกิจของตัวเอง โดยเฉพาะการโฆษณาในโซเชียลมีเดียที่มีโอกาสเข้าถึงคนได้เป็นจำนวนมากหากโฆษณาของเรามีความโดดเด่นและน่าสนใจ

    หลายคนอาจมองว่า E-commerce เป็นเรื่องยาก ในอดีตอาจใช่ เพราะไม่ได้มีตัวช่วยอะไรมากนัก ถ้าลุยเข้าไปโดยไม่รู้อะไรอาจไม่รอด แต่ในปัจจุบันมี Tools หรือ เครื่องมือที่ช่วยให้การทำธุรกิจ E-commerce ง่ายขึ้นกว่าเดิมมากมาย ดังนั้นในยุคนี้หากเราศึกษาให้ดีและใช้เครื่องมือเป็น การทำ E-commerce ให้ประสบความสำเร็จก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป

    Tools ที่จะช่วยให้ E-commerce ง่ายขึ้น

    • Free Tools (เครื่องมือฟรี)
    • Google Analytic เป็นเครื่องมือวิเคราะห์สถิติผู้ใช้งานในเว็บไซต์ ซึ่งให้ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับ ข้อมูลของคนที่เข้าชมเว็บไซต์, แหล่งที่มาของการเข้าถึงเว็บไซต์, พฤติกรรมการเข้าชมเว็บไซต์, ข้อมูลยอดขายของสินค้าแต่ละอย่าง ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้เราเข้าใจลูกค้าได้มากขึ้น และสามารถช่วยให้เรานำไปใช้ปรับกลยุทธ์การตลาดให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น
    • Google Trends เป็นเครื่องมือที่จะทำให้เรารู้เทรนด์ที่กำลังได้รับความสนใจใน Google พร้อมบอกข้อมูลเชิงลึกของเทรนด์นั้น ๆ เช่น ระดับความสนใจตามเวลาและสถานที่ คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง หัวข้อที่เกี่ยวข้อง และยังสามารถเปรียบเทียบกับเทรนด์อื่นได้ด้วย เป็นตัวช่วยให้เราสามารถเลือกใช้คีย์เวิร์ดที่ดีที่สุดในการสร้าง Real-Time Content และเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างยิ่งในการทำ SEO
    • Twitter Trends เราสามารถดูเทรนด์ทวิตเตอร์ได้ง่าย ๆ ผ่านช่องค้นหา สามารถเลือกได้ว่าจะดูเทรนด์จากที่ตั้งของเรา, เทรนด์ของประเทศ, หรือเทรนด์โลก ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ถือว่าเป็นเทรนด์ที่ไวที่สุดบนโลกออนไลน์ จึงเหมาะกับการทำคอนเทนต์และการตลาดแบบเรียลไทม์
    • Content Canvas ดัดแปลงมาจาก Business Model Canvas ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยกำหนดแนวทางในการสร้างคอนเทนต์ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เป็นตัวช่วยที่ดีในการช่วยวางกรอบก่อนทำคอนเทนต์และช่วยตรวจสอบคุณภาพหลังงานสำเร็จ เพราะเราสามารถเช็คลิสต์ได้เลยว่าคอนเทนต์ที่ได้ออกมานั้นตรงตามที่กำหนดไว้หรือไม่ โดย Content Canvas เป็นแบบฟอร์มหน้าเดียวที่แบ่งช่องให้เรากรอกข้อมูลต่าง ๆ ลงไป เช่น กลุ่มเป้าหมาย ประเด็นสำคัญ รูปแบบคอนเทนต์ บทสรุป จุดประสงค์ ช่องทางสื่อสาร เป็นต้น
    • ManyChat Free เป็นเครื่องมือ Chatbot ที่ช่วยสร้าง Facebook Messenger Bots สำหรับช่วยส่งเสริมการทำตลาดใน Facebook เพราะสามารถใช้ส่ง Broadcast, โต้ตอบอัตโนมัติ, และวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเพื่อใช้วางแผนการตลาดได้อย่างเหมาะสม แต่สำหรับเวอร์ชั่นฟรี จะมีข้อจำกัดในการใช้งานหลัก ๆ ได้แก่ การทยอยส่งข้อความ Broadcast ได้แค่ครั้งละ 2 ข้อความ, เลือกกลุ่มเป้าหมายได้เพียง 10 กลุ่ม, เลือกใช้ growth tools ได้แค่ 4 รายการ จึงเหมาะสำหรับมือใหม่หรือคนที่ต้องการทดลองก่อน

    Paid tools (เครื่องมือที่ต้องจ่ายเงิน)

    • Ahref เป็นชุดซอฟต์แวร์ SEO ครบวงจร มีคุณสมบัติเด่นในวิเคราะห์ backlink (ลิงค์ที่เชื่อมโยงจากเว็บไซต์กลับมาที่เว็บไซต์ของเรา), ค้นหาและวิเคราะห์คีย์เวิร์ด, วิเคราะห์คู่แข่ง, ติดตามอันดับเว็บไซต์, และการตรวจสอบเว็บไซต์ ซึ่งทั้งหมดมีประโยชน์อย่างยิ่งในการทำการตลาดแบบ SEO (Search Engine Optimization)
    • Hotjar เป็นบริการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้งานเว็บไซต์ มีทั้งเครื่องมือวิเคราะห์และเครื่องมือสอบถามฟีดแบ็ค ซึ่งเครื่องมือวิเคราะห์จะช่วยให้เราสามารถวัดและสังเกตพฤติกรรมของผู้ใช้งานเว็บไซต์ว่าทำอะไรบ้าง ในขณะที่เครื่องมือช่วยทำแบบสอบถามฟีดแบ็คจะช่วยให้เราได้ยินสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องการ เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของเว็บไซต์
    • SEMRUSH เป็นเครื่องมือช่วยวิเคราะห์คู่แข่ง ทั้งวิเคราะห์งบประมาณโฆษณาและ Keyword ของคู่แข่ง ค้นหาคู่แข่งในโฆษณาของ Google เพื่อช่วยในการเตรียมตั้งรับและปรับกลยุทธ์การโฆษณา นอกจากนั้นยังช่วยเรื่อง SEO ด้วยเครื่องมือวิเคราะห์และค้นหา Keyword อีกทั้งยังมีบริการแปลแคมเปญโฆษณาเป็นภาษาท้องถิ่นอีกด้วย
    • Mailchimp ซอฟต์แวร์ที่ช่วยสร้าง ส่ง และจัดการจดหมายข่าว โดยให้เราส่งอีเมล์ไปยังลูกค้าในเวลาเดียวกันได้ในจำนวนไม่จำกัด มีความโดดเด่นในเรื่องการใช้งานที่ง่ายและรวดเร็ว อีกทั้งยังสามารถออกแบบ Template อีเมล์ให้สวยงาม และยังช่วยสร้างโฆษณาบน Google, Facebook และ Instagram ได้อีกด้วย
    • ManyChat Pro เป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้าง Facebook Messenger Bots เช่นเดียวกับ ManyChat Free แต่มีฟังก์ชั่นการใช้งานมากกว่าและปลดล็อคข้อจำกัดในเวอร์ชันฟรี ได้แก่ การส่งข้อความ Broadcast, การเลือกกลุ่มเป้าหมาย, และการใช้ growth tools ที่เป็นแบบ Unlimited ทั้งหมด สำหรับการอัพเกรดการใช้งาน ManyChat มีระบบอัพเกรดอัตโนมัติสำหรับบัญชีที่มีผู้ติดตาม 500 คนขึ้นไป สำหรับผู้ใช้งานฟรีที่ยังมีผู้ติดตามไม่ถึง 500 หากต้องการใช้งาน ManyChat Pro ก็สามารถกดอัพเกรดและจ่ายเงินได้เลย

    การเริ่มต้นธุรกิจ E-commerce นั้นหากสามารถทำสำเร็จธุรกิจของคุณก็จะยืนหยัดได้อย่างยั่งยืน เพราะอย่างที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ว่า ผู้คนสั่งซื้อสินค้าออนไลน์กันมากขึ้น นั่นหมายความว่า E-commerce จะยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในเวลานี้หากจะเริ่มต้นก็ยังไม่สาย

    ขอขอบคุณบทความดีๆจาก www.priceza.com

    ความคิดเห็น
    แสดงความคิดเห็น ปิด